อาจจะดูวิชาการไปสักหน่อยแต่ก็เป็นวิชาการที่เป็นรูปธรรมนะ  หลายคนอาจจะสงสัยว่า เรื่องราวของรหัสลับ มันไปเกี่ยวกะ math ตรงไหน แต่เกี่ยวเต็มๆเลยหล่ะ 

          การศึกษาเรื่องเกี่ยวกับรหัสลับหรือ "Cryphography" เป็นเรื่องเรื่งที่น่าสนใจไม่น้อย และนี่คือหัวข้อในการทำสัมมนาของเรานั่นเอง...อิอิ โดย Cryptography นี้จะมีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับ Number theory เป็นส่วนใหญ่ และมีเนื้อหาอื่นๆเพื่อช่วยในการพิสูจน์ และใช้ประกอบเล็กน้อย เช่น Methoed of Proof , Abstact Algebra , Linear Algebra ช่วยๆเป็นหนูทดลองกันหน่อยนะคะ อาจารย์เคยบอกว่าถ้าจะเรียนคณิตศาสตร์ให้ดี ต้องสามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ และรู้เรื่องด้วย ถ้าสงสัยหรือผิดพลาดตรงไหนก็ช่วยคอมเม้นได้นะคะ จะเป็นพระคุณอย่าสูงส่งลิบลิ้ว ที่จะทำให้สัมมนาชิ้นนี้ประสบความสำเร็จ

           เข้าเรื่องกันเลยดีก่าถ้าพูดถึงรหัสลับ ลองนึกดูง่ายๆอย่างในการทหาร จำเป็นจะต้องมีการติดต่อสื่อสารกันผ่านช่องสัญญาณ แต่จะติดต่อกันอย่างไรเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้ความลับของเราได้ โดยช่องสัญญาณที่ว่านี้อาจจะเป็น ทางโทรศัพท์ , computer network  และอีกมากมาย ก็เหมือนๆกับที่เรามีภาษาที่เข้าใจกันเองในกลุ่มเพื่อน...แบบว่าเรารู้กันง่ะ 

             โดยในที่นี้เราจะเรียกข้อความที่เราต้องการส่งให้อีกฝ่ายว่า "plaintext" เมื่อเรามีข้อขวามที่ต้องการส่งแล้ว  เราจะต้องทำการแปลงข้อความดังกล่าวให้เป็นรหัสซึ่งวิธีการดังกล่าวเรียกว่า "การเข้ารหัสหรือ encryption"   และเรียกข้อความที่ถูกเข้ารหัสแล้วว่า "ciphertext"   โดยจะมี key ที่ได้ทำการตกลงกันไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในการเข้าหรัสและถอดรหัส  ซึ่งกระบวนการถอดรหัสจะถูกเรียกว่า "decryption" ซึ่งจะทำการถอดรหัสจาก ciphertext ให้เป็น plaintext

             ดันนั้นการที่เราจะส่งข้อความได้ถูกต้องและเข้าใจตรงกันนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่  encryption function และ decryption function จะต้องเป็น injective function หรือ เป็นฟังก์ชั่นแบบหนึ่งต่อหนึ่งนั่นเอง   และที่สำคัญจะเห็นว่า ทั้งสองฟังก์ชั่นดังกล่าวเป็น inverse ของกันและกัน      

             และนี่คือพื้นฐานคร่าวๆเกี่ยวกับ Cryptography แล้วเอาไว้ entry หน้าจะพูดถึง Classical Cryptography นั่นก็คือ วิธีการสร้างรหัสลับแบบต่างๆที่เป็นที่นิยมใช้กัน

เช่น Shift Cipher , sunstitution Cipher , Affine Cipher ,Vigenere Cipher , Hill Cipher เป็นต้น

แล้วมาลองสร้างรหัสลับกันนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แค่อ่านบทความนี้ก็รู้แล้วว่ามันช่างลับเสียจริงๆ confused smile

#1 By นายฉิม on 2008-08-30 09:28

นั่นนะสิ ลับจนทำไม่ได้เลย
แฮะ
ขอบคุณค่ะ...เอาเป็นว่าจะลองยกตัวอย่างง่ายๆนะคะ
สมมติเราจะส่งข้อความว่า "iloveyou"
ไอ้เจ้า "iloveyou" เนี่ยเค้าเรียกว่า plaintext
แล้วสมมติว่าเข้ารหัสได้เป็น "asdfghjk" ช่ายป่ะ
เราก็จะเรียกเจ้านี่ว่า ciphertext จ้า หลักๆที่เข้าใจง่ายๆก็มีแค่นี้แหละ...เอาไว้วันหลังเรามาลองเข้ารหัสและถอดรหัสกันนะคะ

#3 By Matha on 2008-08-30 21:27

ยากจังเลยค่ะ เหมือนๆ จะรู้แต่ไม่รู้embarrassed

#4 By พริ้วไหว on 2008-08-31 21:58

อ่านแล้ว งงเหมือนกันนะเนี่ย
ทำยังไงถึงจะเข้าใจแหละเนี่ย

#5 By shinyuu (61.7.164.114) on 2008-09-01 09:29

แวะมาอ่านแหละน้า
ดีเรยเรื่องนี้มีสอบ final ด้วย
ไว้คงต้องให้มาสอนอีกที อิอิ
แต่ยังไงมันก้อมองไม่ออกซักที
ว่ามันส่งยังไง
ช่วยด้วยล่ะกานน้าจ๊ะ

#6 By ~Sine~ (61.7.136.65) on 2008-09-03 22:51