ถ้าการสมหวังในความรัก หมายถึง
การที่เรารักใครสักคน แล้วคนๆนั้นก็รักเราเช่นกัน
งั้นการไม่สมหวังในความรักก็คงหมายถึง
การที่เรารักใครสักคนแล้วไม่ได้รับความรักตอบกลับมา
 
เวลาที่เราสมหวังในความรักมันก็ทำให้เรามีความสุข
เมื่อเรามีรักที่ไม่สมหวังแน่นอนว่าเราก็คงเป็นทุกข์
ถ้าเป็นแบบนั้นความสุขของความรักก็คือการได้รับรักตอบใช่มั้ย?
 
แต่ความเป็นจริงมันไม่ได้มีแค่นั้น
การสมหวังในความรักมักมาคู่กับความต้องการเป็นเจ้าของ
ในหลายครั้งที่เราพบว่าความทุกข์จากความรักไม่ใช่การไม่ได้รับความรักตอบ
แต่เป็นการเป็นทุกข์จากการไม่ได้เป็นเจ้าของคนที่เรารัก
 
ความเป็นเจ้าของนั้นสำคัญไฉน?
 
ความเป็นเจ้าของทำให้เราสามารถแสดงความรักต่อคนที่เรารักได้อย่างที่เราต้องการ
สามารถบอกใครต่อใครได้ว่านี่คือคนรักของเรานะ
และเป็นการบอกสังคมว่าเราสองคนจะซื่อสัตย์ต่อกันจะไม่ไปยุ่งกับคนอื่น
 
แต่จริงๆแล้วความรักคืออะไร
คือความเข้าใจ เป็นห่วงเป็นใย การดูแลกันและกัน บลาๆ
 
งั้นถ้าเราไม่ได้เป็นเจ้าของกันเราจะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หรอ?
 
งั้นถามกลับอีกที
ก่อนที่คนสองคนจะตกลงคบกันเป็นเจ้าของกันย่อมเกิดจากความรู้สึกรักใช่มั้ย?
ในความรู้สึกรักก็เกิดจากที่คนสองคนพูดคุยกัน เข้าใจกัน ห่วงใยกัน และดูแลกันและกันใช่มั้ย?
นั่นก็แปลว่าคุณทำสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ก่อนคบหากันหน่ะสิ
 
เพราะว่าสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของกัน
เราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ในฐานะ เพื่อน พี่ หรือน้อง
ดังนั้น ถ้าเราไม่ยิดติดกับสถานะเราก็จะไม่เป็นทุกข์
 
อ่านถึงตรงนี้อาจจะคิดว่าเธอก็พูดได้สิ ไม่ได้เจอกับตัวเอง
เราอยากบอกว่า เมื่อประมาณเกือบสองสัปดาห์ก่อนเราเสียใจมาก
ทุกข์มากจากการที่ต้องยอมรับว่าความรักของเราไม่สามารถเดินทางต่อไปได้
เหมือนมีกำแพงสูงใหญ่หลายๆอันกั้นอยู่
ที่ผ่านมาเราพยายามคิดว่าสักวันเราสองคนจะทลายกำแพงนี้ลงไปได้
จึงพยายามฝืนเรื่อยมา จนสุดท้ายมันคงถึงเวลาที่ต้องยอม
ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายทำให้คนรอบตัวต้องวุ่นวาย
และความผูกพันธ์จะทำให้เราสองคนเจ็บมากไปกว่านี้หากฝืนเดินต่อ
เราตัดสินใจที่จะจบความสัมพันธ์แบบคนรัก และกลับไปเป็นพี่น้องกัน
 
ความรู้สึกตอนนั้นเอาแต่เสียใจเพราะคิดถึงสิ่งดีๆที่เคยทำด้วยกันมา
คิดว่าวันเวลาแบบนั้นมันจะไม่มีอีกแล้ว ต่างคนต่างเสียใจ
ยิ่งรู้ว่าอีกคนเศร้าแค่ไหนยิ่งรู้สึกแย่ จึงตัดสินใจที่จะห่างกัน
ระหว่างที่ห่างกันรู้สึกแย่มาก คอยคิดแต่ว่าเค้าเป็นยังไง สบายดีมั้ย บลาๆๆ
แต่ได้ไม่กี่วันความเป็นห่วงก็ทำให้เรากลับมาคุยกันอีกครั้ง
เราเริ่มคุยกันและทำให้เราค้นพบว่า
เรายังคงทำอะไรได้หลายๆอย่าง ได้ห่วงใย ใส่ใจ
ยกเว้นแค่การแสดงความรักและแสดงความเป็นเจ้าของเท่านั้นเอง
หลังจากที่มาคิดทบทวนเลยเข้าใจว่าการที่คนสองคนรักกัน
อาจไม่จำเป็นที่จะต้องจบลงด้วยการเป็นแฟนกันเสมอไป
 
ชีวิตจริงไม่ได้แฮปปี้เอ็นดิ้งเหมือนในละคร
เรายังโชคดีกว่าคนที่ผิดหวังเพราะไม่ได้รับความรักตอบ
อย่างน้อยคนที่เรารักก็รักเรา
ความเสียใจจากการไม่ได้เป็นเจ้าของคนที่เรารัก
มันคงไม่มากเท่าความเสียใจจากการไม่ได้รับความรักมั้ง
เอาเป็นว่าตราบใดที่เธอยังรักกัน ฉันจะไม่เศร้า
วันเวลาดีๆของเราก็เก็บไว้ในใจ อย่างน้อยเราก็ได้มีมัน
ได้เดินด้วยกันมาจนสุดทางแล้ว
เอาไว้เมื่อถึงวันที่เธอไม่ได้รักฉันอีกแล้วค่อยเศร้าก็ยังไม่สายนิเนอะ
 
" ฉากสุดท้ายแค่ไม่สมหวัง
ไม่เหมือนเรื่องรักที่เคยได้ฟัง ไม่แปลกอะไรใช่มั้ย?
เธอกับฉันนั้นรู้ดี ว่ารักที่มีเป็นไปไม่ได้
ถามว่ามันเจ็บไหม ฉันจะบอกเธอให้ฟัง
 
รู้มั้ยตั้งแต่วันแรก ที่เราสองคนได้มาเจอกัน
ฉันไม่เคยเสียใจสักวัน เพราะรักเราคือเรื่องจริง
 
ให้เลือกใหม่ได้อีกครั้ง ก็ขอให้เราเจอกัน
ถึงแม้ความรักเรานั้นมันจะไม่ happy ending
ย้อนกลับไปวันนั้น ก็ขอให้เราเจอกัน
ถึงแม้ไม่เป็นดังฝัน แต่ใจก็ happy ending
 
จบอย่างไรไม่สำคัญ วันนี้เข้าใจและยอมรับได้
ถามว่ามันเจ็บแค่ไหน เจ็บอย่างไรแต่ก็รักมากกว่า
 
นับจากนี้.....จะจดจำแต่เรื่องราวที่ดีที่สวยงามไว้..ในหัวใจ จะคิดถึงแค่ในใจก็พอแล้ว"

Comment

Comment:

Tweet